Camp out korat ที่พักสไตล์บ้านรถ บรรยากาศแนวแคมป์ปิ้ง กับวันหยุดแบบชิวๆ

กลับมาพบกันอีกแล้ว ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆทุกคนไปเที่ยว พักผ่อนชิวๆในวันหยุด จะพาเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวให้เป็นแนวแคมป์ปิ้งกันบ้าง ที่นี้เลย camp out korat ที่พักสไตล์บ้านรถ ที่อำเภอสีคิ้ว ที่จังหวัดนครราชสีมา  ทริปนี้ก็เช่นเดิมเราจะพาเดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นเอง

เริ่มจากการไลน์ไปจองกันก่อน ต้องบอกว่าเป็นการจองครั้งที่2  ครั้งแรกไลน์ไปจองแต่พี่พักเต็ม ครั้งนี้เลยจองกันก่อนล่วงหน้าเกือบ 2 เดือน เนื่องจากเราต้องการไปช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เลยต้องจองล่วงหน้ายาวๆ หน่อย  ได้วันที่เข้าพักแล้วก็มัดจำเงิน 500บาท ก่อนวันเดินทางแจ้งที่แคปม์ขอใช้บริการรถมารับที่จุดลงรถ มีค่าบริการรวมไปกลับ 200บาทต่อ2-3คน

เราเริ่มต้นการเดินทางที่ขนส่งหมอชิต โดยใช้บริการรถทัวร์บริษัท นครชัย21รถออกทุก1ชั่วโมง ถึงที่หมอชิตตรงดิ่งไปที่ช่องขายตัว ช่องที่ 65 ราคา 191 บาท รอบเวลา8.30 น. (ซื้อตั๋วขาไปพอน่ะไม่ต้องซื้อตั๋วไปกลับ เพราะขากลับรถไม่ได้จอดรับ ถ้าใครจองขอกลับต้องนั่งรถไปขึ้นที่ตัวเมือง ยาวแน่นอน)

ได้ตั๋วเราก็รีบไปที่ชานลาขึ้นรถช่องที่68 จะพนักงานต้อนรับบนรถว่าไปลงที่สีคิ้ว

 

 

ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพถึงอำเภอสีคิ้ว ประมาณ 3 ชั่วโมง ถึงสีคิ้วรถทัวร์จะจอดให้เราลงตรงหอนาฬิกา จากนั้นเราก็โทรหาพี่ที่แคมป์มารับ

รออีกไม่นานก็มีรถของแคมป์ขับมารับ ใช้เวลาเดินทางไปที่แคมป์ประมาณ 10นาที ก็ถึงแคมป์ เคลียร์เงินค่าที่พัก จากนั้นเราก็ไปที่บ้านรถที่เราจองไว้กันเลย

ต้องบอกว่าพี่ที่ดูแลน่ารักมาก เป็นกันเองสุดๆ แถมยังดูแลเทคแคร์เราดีมากๆ  มีน้ำมาบริการถึงห้อง  น้ำอะไรเรียกชื่อไม่ ถูกรสชาติคุ้นปาก แต่ก็อร่อยดี

บรรยากาศที่นี้ร่มรื่น เย็นสบาย แต่ที่ชอบที่สุดก็บ้านรถนี้แหละ มองจากข้างนอกก็เหมือนจะเล็ก แต่พอเข้าไปข้างในห้องมีพื้นที่ นั่งเล่น นอนเล่น กันพอสมควร  แถมการตกแต่งภายในมีสไตล์ ทั้งการจัดวางตำแหน่งของใช้ภายให้ห้อง มีไฟดวงไฟสีส้มๆ เติมสีสันภายในห้อง จะถ่ายรูปมุมไหน ท่าไหนก็สวยไปทุกมุม เห็นแบบนี้อดใจกับบรรยากาศภายในห้องไม่ไหม ต้องหยิบกล้องมาเก็บภาพไว้ดีกว่า

ภายในบ้านรถจะมีห้องน้ำแต่ใช้งานไม่ได้น่ะ แต่ไต้องกังวลไป ที่แคมป์เขามีห้องน้ำรวมให้เพียงพอ แถวใกล้ๆ ห่างจากที่พักของเราเพียงนิดเท่านั้น

จากนั้นเราก็มาปั่นจักรยานสำรวจรอบๆแคมป์กันต่อเลย ที่นี้มีร้านคาเฟ่เล็ก น่ารักๆ ให้เรามานั่งชิวๆ มีร้านอาหารตามสั่ง ไม่ต้องกลัวหิว

บริเวณแคมป์พื้นที่ตรงกลางจะเป็นบ่อน้ำ มีเรือเป็นให้ปั่น มีเรือให้พายเล่นกันสนุกๆ แต่ต้องสวมเสื้อชูชีพด้วยน่ะเพื่อความปลอดภัย  หรือจะปั่นจักรยานรอบแคมป์กินลมชมวิว และรอบบ่อน้ำก็จะเป็นที่พัก มีทั้งที่พักแบบบ้านรถ แบบกระโจม แบบบ้านตอไม้

บรรยากาศช่วงค่ำ ที่แคมป์จะเริ่มเปิดไฟที่ประดับไว้รอบๆ แคมป์ ได้บรรยากาศหวาน โรแมนติกๆ กันหน่อยๆ ช่วงเย็นอาจมียุ่งบ้างต้องเตรียมยาทากันยุงมาสักหน่อย

มื้อเย็นพร้อมแล้วว บรรยากาศแนวนี้ต้องเมนูบาบีคิว บาบีคิวไม้ใหญ่พอสมควร เราสั่งมา 4 ไม้ และก็สั่งเมนูอื่นๆ คละๆ กันมา กินกันให้พุ่งกางไปเลยคืนนี้  พออาหารมาครบ มันก็ดูเยอะแทบจะกินไม่หมด

ช่วงเช้าเวลา8.00-10.30 พลาดไม่ได้กับเมนู ไข่กระทะ DIY   ชอบแบบไหนทำเองเลย นอกจากไข่กระทะแล้วก็จะมีข้าวต้ม กาแฟ โอวันติน ขนมปังปิ้ง

อิ่มกันแล้วก็แพ็คของเตรียมตัวกลับกรุงเทพ ก่อนกลับพี่ที่แคมป์ก็เอาสมุดบันทึก เหมือนสมุดเฟรนชิพที่เราเขียนให้เพื่อนตอนเรียนจบ มาให้เราเขียนพร้อมกับรูปถ่ายจากกล้องโพลารอยด์ มาให้เราบันทึกความความรู้สึก และความทรงจำของเราไว้ในสมุดเล่มนี้

ตอนกลับพี่ที่แคมป์ก็ไปส่งที่จุดขึ้นรถกลับกรุงเทพ อยู่ฝังตรงข้ามกับจุดที่เราลงรถขามา ตอนกลับเรานั่งรถทัวร์สาย สุรนารีแอร์ ราคา160บาท ใช้เวลาเดินทางถึงกรุงเทพ รถมาจอดน่ะจุดขึ้นรถทุก 1ชั่งโมง เราได้ขึ้นตอน11โมงครึ่ง เดินทางถึงกรุงเทพประมาณบ่ายสามโมง

จบทริป…