ชมผาแลภูเขาสีชมพู กับทริปภูบักได – ภูลมโล 3วัน2คืน แบบไม่มีรถส่วนตัว(EP.2)

ตอนที่ 2 #ภูลมโลสวยแบบ..โอ๊ย!!…โอ๊ยยยย!!…

… เราเดินทางกันต่อจากภูบักได มุ่งหน้าสู่ที่พัก “บ้านสวนของพ่อโฮมสเตย์” อยู่ไม่ไกลทางที่จะขึ้นภูลมโล ถือว่าสะดวกสบายสำหรับการเดินทางขึ้นภูลมโล นั่งคุยกันได้ไม่นานความเหนื่อยล้าก็เริ่มมาเยือน ต่างคนต่างขยับขยายหาที่นอนท้ายรถ นอนมองท้องฟ้าได้ไม่นานก็หลับสบายกันเลย

… ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆเราก็เดินทางมาถึงที่พัก ทางเข้ายังเป็นดินแดงอยู่ คิดว่าช่วงหน้าฝนอาจจะเฉอะแฉะหน่อย แต่ไม่เป็นไรเรามาดูดอกนางพญาเสือโคร่งหน้าหนาว บรรยากาศแบบนี้แหละดีสุดๆ ^^

… ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆเราก็เดินทางมาถึงที่พัก ทางเข้ายังเป็นดินแดงอยู่ คิดว่าช่วงหน้าฝนอาจจะเฉอะแฉะหน่อย แต่ไม่เป็นไรเรามาดูดอกนางพญาเสือโคร่งหน้าหนาว บรรยากาศแบบนี้แหละดีสุดๆ ^^

… “บ้านสวนของพ่อโฮมสเตย์” มีที่พักสองแบบให้เลือก ก็คือเต็นท์และบ้านพัก ตอนนี้มีอยู่อย่างละ 3 ห้อง (ห้องน้ำรวม) คิดว่าต่อไปอาจจะมีการขยับขยายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นทุกปี

 

… กลุ่มเราตอนแรกจองเป็นเต็นท์ 2 หลัง บ้านพัก 1 ห้อง แต่สุดท้ายทางที่พักโทรมาขอเปลี่ยนเป็นเต็นท์ 3 หลัง ก็โอเคค่ะ ไม่มีปัญหา นอนเต็นท์มองวิวดอกไม้ก็ดีไปอีกแบบเนอะ ^^

… ในส่วนของห้องครัวก็จะเป็นครัวเปิดโล่ง มีที่ให้นั่งกินข้าว นั่งพักผ่อน มีมุมชา กาแฟไว้ให้บริการ คนที่นอนเต็นท์ก็สามารถมาใช้ไฟชาร์จแบตต่างๆได้ ช่วงที่พวกเราไปอากาศตอนกลางวันถือว่าค่อนข้างร้อน ยังไม่อยากเข้าเต็นท์กัน ก็มานั่งเล่นนั่งคุยกันตรงนี้แทน

… เวลาผ่านไปความเหนื่อยล้า ความหิวก็เริ่มมาเยือน สมาชิกแต่ละคนก็เริ่มปวดแข้งปวดขากัน จะลุกจะนั่งแต่ละทีก็เริ่มมีเสียงโอย เสียงโอ๊ยให้ได้ยิน พี่รุ้งเจ้าของที่พักคงเห็นอาการเหนื่อยล้าของพวกเราก็รีบจัดแจงมื้อเย็นให้พวกเราอย่างเร่งด่วน ไม่นานนักมื้อเย็นก็พร้อมเสิร์ฟ วันนี้ก็ยังกินข้าวหน้าเต็นท์เหมือนเดิม ^^

… หลังจากมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ถึงจะเหนื่อยล้ากันแค่ไหนก็ยังไม่มีใครยอมอาบน้ำเข้านอน อากาศเย็นๆ ที่พักบรรยากาศดีๆแบบนี้อยากจะซึมซับบรรยากาศให้ได้มากที่สุด แถมทางที่พักยังมีก่อกองไฟให้ผิงคลายหนาวไปอีก และพี่รุ้งกับคุณยายเจ้าของที่พักยังมานั่งร่วมวงคุยกันแบบเป็นกันเองอีก สนุกสนานมากค่ะค่ำคืนนี้ ^^


… อยู่กันไม่ดึกเท่าไหร่ก็แยกย้ายกันไปนอน เต็นท์ที่บ้านสวนของพ่อจะมีที่นอนนุ่มๆปูให้ด้านใน บวกกับผ้าห่มนวมนิ่มๆ เป็นเต็นท์ที่นอนสบายที่สุดเท่าที่เคยนอนมาเลย หลับฝันดีอีกแล้วคืนนี้ ^^

… เช้าวันนี้เราอรุณสวัสดิ์กันที่เวลาตี4 เพื่อที่จะเตรียมตัวขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ภูลมโล พี่รุ้งและทีมงานตื่นกันก่อนพวกเรามาเตรียมอาหารเตรียมข้าวของให้พวกเราไปกินข้างบนภูลมโล บริการประทับใจมากที่สุด

… วันนี้เราใช้ช่วงเวลาในการลงชื่อก่อนขึ้นภูลมโลกันค่อนข้างนาน มีเหตุการณ์วุ่นวายย่อมๆเกิดขึ้นนิดหน่อย ทำให้เรามาถึงข้างบนกันช้า ขึ้นมาพระอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบฟ้ามาเยอะแล้ว

… ส่วนนักท่องเที่ยวก็เยอะไม่แพ้กัน มาตรงกับวันหยุดต้องทำใจนิดนึงเนอะ

… วิวอีกด้านนึง เห็นแค่นี้ก็ฟินแล้วววว

… ที่บนภูลมโลก็มีต้นไม้เดียวดายเหมือนกันนะ ^^

… ทางตรงนี้เหมือนจะเป็นทางเดินไปดูวิวที่จุดสูงสุดของภูลมโล จริงๆอยากขึ้นไปนะ แต่ดูสภาพร่างกายแล้วไม่ขึ้นดีกว่ากลัวว่าขาลงจะได้กลิ้งลงแทน ^^

… เห็นยิ้มแย้มแจ่มใสกันขนาดนี้ แต่จริงๆแล้วทุกคนเหนื่อยล้าจากการเดินเขาเมื่อวันก่อนกันมาก อย่าว่าแต่นั่งก็โอยลุกก็โอย เช้านี้แค่ก้าวขาเดินก็โอยแล้วค่ะ 55555

… แล้วการเที่ยวภูลมโลของพวกเราจะต้องขึ้นลง ขึ้นลง ท้ายรถตลอดทุกจุด ก่อนลงถอนหายใจแล้วร้องโอ๊ยเรียกกำลัง ตอนขึ้นก็เช่นกัน พี่รุ้งแกก็คอยช่วยตลอด ถ้าอุ้มขึ้นรถได้คงทำไปแล้ว 555+

… พี่รุ้งพาพวกเราแวะไปทีละจุด ไม่ได้รีบเร่งอะไร ให้เวลาพวกเราทั้งวันค่ะ บางทีก็จอดรถใต้ต้นนางพญาเสือโคร่งเพื่อให้เราได้ถ่ายรูปกันใกล้ๆ

… พวกเราถึงจะเหนื่อยกันแค่ไหนแต่ก็สู้ตาย บรรยากาศดีมากเลย สีชมพูทั่วทั้งภูเขา สวยจัง

… ในหลายๆจุดเราจะต้องขึ้นเนิน ขึ้นบันได ขึ้นก้อนหินเพื่อชมวิวหรือถ่ายรูปสวยๆกันบ้าง และแน่นอนว่าเราจะต้องร้องโอ๊ยยยยเพื่อให้มีแรงปีนขึ้นด้วย 555

… การมาเที่ยวบนภูลมโลใช้เวลาค่อนข้างนาน เราจะหิวแน่นอน แต่ไม่ต้องห่วง พี่รุ้งและทีมงานได้เตรียมอาหารไว้ให้เราแล้ว ยกครกกันขึ้นมาตำกันถึงบนนี้เลย ^^

… บริการทุกระดับประทับใจ ^^ เท่าที่สังเกตดูไม่เห็นมีรถหรือที่พักอื่นๆเค้าเตรียมอาหารขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวเลย ข้างบนก็ไม่มีร้านค้าบริการ ถ้าใครกลัวหิวต้องพกขนมน้ำดื่มมาให้พร้อมนะคะ

… กินข้าวเสร็จเก็บของกันเรียบร้อยพี่รุ้งก็พาเราเที่ยวในจุดอื่นๆต่อ

… แต่มีอยู่จุดนึงที่พอพวกเรามาถึงแล้วพวกเรายอมแพ้ให้กับความเหนื่อยล้าของร่างกาย เมื่อคิดว่าจะต้องลงรถ เดินขึ้นเนินไปดู แล้วกลับมาขึ้นรถอีกรอบ พวกเราจึงบอกพี่รุ้งไปว่าไม่แวะค่าาาาาาาาา 5555+

… พี่รุ้งเลยพาพวกเรามายังจุดสุดท้ายของวันนี้ พอลงรถมาแล้วก็พบว่า เนินนี้สูงกว่าเนินเมื่อกี้อีก สวยแต่ปวดขา จะร้องไห้ T.T

… แต่เมื่อมาถึงแล้วก็เอาว่ะ!! จับมือกันเดินลงเนินไปทีละก้าวๆ ตลกตัวเองจริงๆนะ คือพวกเราขึ้นลงๆรถกับเนินเขากันมาอีกเกือบครึ่งวัน ร่างกายมันเหนื่อยมันล้าไปหมด ก้าวขาแทบจะไม่ออก เดินไปก็ขำตัวเองไป ถ้าวันนั้นใครไปเที่ยวแล้วเจอกลุ่มคนที่เดินกันแปลกๆก็พวกเรานี่แหละ 555+

… มองไปทางไหนก็สวย ของจริงสวยกว่าในรูปมาก


… เราใช้เวลากันตรงจุดสุดท้ายอยู่อีกพักใหญ่ก็พากันกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวกลับ กทม.กัน ตรงนี้เลยขอถ่ายรูปกับพี่รุ้งเป็นที่ระลึกสักหน่อย บริการดีจริงๆ คอนเฟิร์ม ^^

… กลับมาถึงที่พักก็รีบอาบน้ำ เก็บกระเป๋ากัน เวลาก็ค่อนมาทางบ่ายแล้วพี่รุ้งแกเลยแถมส้มตำ ข้าวเหนียว ผักสดให้กินเป็นมื้อเที่ยงก่อนไปส่งที่ท่ารถ และแน่นอนพี่รุ้งก็ร่วมวงสนทนาเฮฮาเช่นเดิม

… ก่อนจะกลับก็ขอถ่ายรูปกับคุณตา คุณยาย และพี่รุ้งไว้เป็นที่ระลึกอีกครั้ง ที่นี่ดูแลพวกเราเหมือนลูกเหมือนหลานจริงๆ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวภูลมโลอีก ยังไงก็จะกลับมาพักนี่ที่แหละ

… พี่รุ้งมาส่งพวกเราที่ท่ารถหล่มสัก พวกเราได้รถกลับกรุงเทพรอบ 17.30 น. เลยส่งพี่รุ้งกลับบ้านก่อน ส่วนพวกเรารอไม่นานนักรถก็มา ลาแล้วนะภูลมโล เจอกันใหม่ในวันที่ไม่ปวดขา 😀  บ๊ายบายยยยยยย ^^

สรุปค่าใช้จ่าย

ค่าที่พักพร้อมอาหารเย็น+เช้า คนละ 400 บาท

ค่ารถขึ้นภูลมโล 1,500 บาท (สูงสุด10คน)

  ค่าเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท

ค่าเหมารถจากที่พักไปส่งท่ารถหล่มสัก 500 บาท

ค่ารถทัวร์กลับกรุงเทพ คนละ 217 บาท

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : ที่พักบ้านสวนของพ่อโฮมสเตย์  คุณซี เบอร์โทร.081-633-2195

โดยประมาณแล้ว 3วัน2คืน หมดกันไปคนละ 2,000 นิดๆค่ะ มีให้ทิปพี่รุ้งไปนิดหน่อย ^^

สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่ๆน้องๆร่วมทริปทุกคนสำหรับรูปสวยๆ และยังคอยช่วยเหลือกันและกันตลอดระยะเวลา 3วัน2คืน บางคนก็เพิ่งมารู้จักกันทริปนี้ แต่ก็พูดคุยให้ความสนิทสนมกันราวกับว่ารู้จักกันมานานแสนนาน มีเรื่องราวเรื่องเล่าระหว่างทางเกิดขึ้นมากมาย เป็นทริปที่เหนื่อยแต่ก็ประทับใจมาก หวังว่าจะมีทริปต่อๆไปด้วยกันอีกนะ ^^