[ ไม่มีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้ ] ทริปเที่ยว พะเยา-น่าน 3 วัน 2 คืน เที่ยววัดล้านนา ชมทะเลหมอก ทุ่งนาสีทอง ทริปเดียวคุ้ม

… ชีวิตของคนวัยทำงานคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้ท่องเที่ยวในวันหยุด เมื่อมองๆปฎิทินดูแล้วเห็นมีวันหยุดยาวอยู่จึงไม่รอช้าที่จะออกทริป เริ่มชักชวนเพื่อนร่วมทริป ติดต่อสอบถามที่พัก มองกันไว้หลายที่มาก สุดท้ายก็มาลงเอยที่ภูลังการีสอร์ท จ.พะเยา และ อ.ปัว จ.น่าน พร้อมกับเพื่อนร่วมทางอีก 1 คนถ้วน ^^

… และแล้วเย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่รอคอยก็มาถึง เรา 2 คน นัดเจอกันที่สมบัติทัวร์ศูนย์วิภาวดี เพื่อขึ้นรถที่นั่น โดยปลายทางของเราอยู่ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา

… ความประทับใจแรกของทริปเริ่มต้นตั้งแต่อยู่บนรถทัวร์ เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าถึง อ.เชียงคำหรือยัง จึงหันไปถามพี่ผู้หญิงเบาะข้างๆ ก็ได้พี่เค้าพาลงรถ แถมยังมาช่วยหารถที่จะไปต่อที่รีสอร์ทอีก จริงๆเราหาข้อมูลมาแล้ว แต่พี่เค้าไม่คุ้นว่ามีรถสายนี้เลยมาช่วยถามให้แน่ใจอีกครั้ง น่ารัก ^^

… แต่สำหรับเราแล้วทริปไหนไม่ซวยคงไม่ใช่เรา เมื่อลุงสองแถวบอกว่า รถมันคงเต็มมาแล้วแหละหนู เมื่อวานรถใหญ่มันก็เสียเค้าใช้รถตู้วิ่งแทน หนูต้องเหมาสองแถวแล้วแหละ โอ้มายก๊อท!! แผนสำรองที่ไม่อยากจะใช้ สุดท้ายก็ต้องใช้ (หลังจากโทรไปคอนเฟิร์มกับทางสายรถแล้ว เต็มจริงจ๊ะหนู) เจรจาค่าเหมารถได้ที่ 600 บาท พาแวะเที่ยว 2 วัด ใน อ.เชียงคำ

… ซวยกันตั้งแต่ต้นทริปขนาดนี้ แวะเลยจ๊ะที่แรกของทริปนี้คือ วัดนันตาราม ข้อมูลจากกูเกิ้ลบอกไว้ว่าเป็นวัดที่มีศิลปะแบบไทยใหญ่ ไปไหว้พระขอพรกัน ^^

 

… ระหว่างเดินชมวัด แม่ชีที่ดูแลวัดบริเวณนั้นก็มาช่วยแนะนำมุมถ่ายรูปให้ด้วย

… ที่วัดมีเก็บของเก่าๆไว้เยอะอยู่เหมือนกัน

… หลังจากนั้นก็ไปต่อวัดที่2 คือวัดพระนั่งดิน ที่เรียกกันแบบนั้นเพราะว่าพระประธานของวัดไม่มีฐานรองเหมือนที่วัดอื่นๆ

… หลังจากนั้นก็เดินทางไปรีสอร์ทกันเลย ถนนดีตลอดทาง มีคดเคี้ยวพอให้ตัวโยกบ้างบางช่วง ^^

… นั่งเพลินๆประมาณ 1 ชม. ก็ถึงแล้ว สองแถวพาส่งให้ถึงจุดติดต่อห้องพักกันเลยทีเดียว รับกุญแจห้อง รอเจ้าหน้าที่เช็คความเรียบร้อยนิดนึงก็เข้าห้องพักได้เลย เดินมาถึงหน้าห้องก็เจอวิวหลักล้านแบบนี้เลย

… เราได้ห้องภูบังเกอร์ เบอร์3 ภายในห้องก็มีที่นอน หมอน ผ้าห่มทั่วๆไป มีผ้าขนหนู ครีมอาบน้ำ แชมพูอยู่ในห้องน้ำ ถ้าหนาวก็ขอผ้าห่มเพิ่มได้ด้วย เข้าห้องกันแล้วก็ขอนอนพักกันสักงีบ มาถึงกันช่วงเที่ยงๆ แดดถือว่าแรงแต่อากาศไม่ร้อน มีลมเย็นๆพัดตลอด ^^

… ตื่นขึ้นมาช่วงบ่ายแก่ๆก็พากันออกไปเดินเล่นแถวๆที่พักกัน

… เดินมาเรื่อยๆจนถึงร้านกาแฟ Magic Mountain เรียกความสดชื่นด้วยชาน้ำผึ้งมะนาวปั่น รสชาติเข้มข้นสดชื่นดี ส่วนราคาก็เข้มข้นไม่ต่างกัน 555


… นั่งเล่นกันอยู่นานก็กลับที่พัก ทานอาหารเย็นแล้วก็เข้านอนกันตั้งแต่ 3 ทุ่ม ตื่นมาอีกทีตี 5 นิดๆ รีบอาบน้ำอาบท่ามารอน้องหมอก เปิดประตูห้องออกมาเจอแล้วดีใจมากๆ ถึงจะเป็นแค่หมอกจางๆไม่หนามาก แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหมอกแบบนี้ ^^

… เก็บรูปหน้าห้องพักกันแล้ว ก็เดินไปทางร้านกาแฟมุมเดิมของเมื่อวาน มุมเดิมๆแต่บรรยากาศไม่เหมือนเดิมก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบเนอะ

… ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ๆขึ้นเหมือนหมอกยิ่งหนาขึ้นไปอีก รอไม่นานพระอาทิตย์ก็ขึ้น ส่วนอากาศก็สดชื่นดีแต่ยังไม่หนาว

… เราอยู่ถ่ายรูปกันอีกนิดหน่อยก็เดินกลับรีสอร์ทกินอาหารเช้ากัน จริงๆแล้วถ้าวันหยุดแบบนี้คนจะเยอะมากที่ร้านกาแฟ ถ้าวิวที่รีสอร์ทดีอยู่แล้วก็นั่งชมวิวชิวๆที่รีสอร์ทน่าจะเหมาะกว่าสำหรับคนที่รักความสงบ แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาแล้ว ทั้งหมดนั้นคงมีนักท่องเที่ยวอยู่ไม่กี่กลุ่ม

… หลังจากนั้นเราก็เก็บกระเป๋าเดินทางกันต่อ โดยเราจะโบกรถไป ปลายทางอยู่ที่ อ.ปัว จุดโบกรถที่เหมาะสมทางรีสอร์ทก็แนะนำให้เดินเลยร้านกาแฟมานิดนึง จะเป็นทางตรงที่รถสามารถจอดได้ง่ายๆ เราก็เดินมายืนรอแถวๆเพิงขายของของชาวบ้าน พี่เค้าก็ชวนให้ไปนั่งรอในร้านอีก ชาวบ้านที่นี่เป็นมิตรแล้วก็ใจดีมาก ยืนโบกอยู่ไม่นานก็มีรถชาวบ้านจอดรับ โดยจะไปส่งที่ อ.เชียงกลาง แล้วเราสามารถต่อรถโดยสารไป อ.ปัว ได้ (ถ้าไม่โบกรถก็รอรถโดยสารที่ผ่านหน้ารีสอร์ทได้เช่นกัน)

… โดยเส้นทางนั้นค่อนข้างจะคดเคี้ยวตลอดช่วงเวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ เรา 2 คน ก็กลิ้งเป็นลูกขนุนอยู่ท้ายรถ ด้วยว่าที่เป็นรถชาวบ้านที่ชินทาง พี่เค้าก็ฟาสตลอดเส้นทางกันเลย

… ผจญโค้งกันจนมึนไปพักใหญ่ก็ถึง อ.เชียงกลาง เรามานั่งรอรถโดยสารกันตรงสี่แยก นั่งรอกันสักพักใหญ่ก็ยังไม่มีวี่แววรถโดยสารเลยคุยๆกันว่าจะโบกรถต่อ เล็งๆรถที่จะโบกกันสักพักก็มีชาวบ้านที่นั่งคุยกันอยู่ตรงร้านขายของเดินมาถามว่าจะไปไหน คุยกันไปกันมาคุณน้าก็บอกว่าจะเข้าเมืองพอดีเดี๋ยวจะไปส่งพวกเราด้วย แถมตอนแรกจะไปส่งพวกเราถึงที่พักเลย แต่พอดีพวกเราเช่ารถมอเตอร์ไซด์ไว้แล้ว เลยได้ส่งพวกเราที่ตรงร้านเช่ารถแทน ทริปนี้เจอแต่คนใจดี โชคดีที่สุด ^^

… หลังจากได้รถแล้วพวกเราก็ตรงเข้าที่พักไปฝากของกันก่อน โดยที่พักของเราวันนี้ชื่อ เผยเสน่ห์ฝายแก้งรีสอร์ท อยู่ใกล้ๆกับฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำเลย เปิด GPS ไปมีพาหลงนิดหน่อย ทางที่ดีโทรหารีสอร์ทหรือขอพิกัดจากรีสอร์ทโดยตรงจะดีกว่า ^^

… ฝากของกันเสร็จเรียบร้อย ที่แรกที่เราแวะมาคือน้ำตกศิลาเพชร สถานที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่น้ำน่าเล่นมากกกกก จริงๆมันเดินลึกเข้าไปได้อีกแต่เราไม่ได้เดินเข้าไป ปกติเราเป็นคนที่กลัวการเล่นน้ำตก แต่ที่นี่เห็นแล้วน่าเล่น น้ำไม่ลึก อาหารการกินก็มีพร้อม วันนี้ได้แต่ยืนมอง ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสจะกลับมาโดดน้ำตูมๆแน่นอน ^^

… จากนั้นก็มาต่อกันที่วัดศรีมงคล วัดกว้างมากกกก มีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เก็บรูปเยอะแยะไปหมด ด้วยทางเราเริ่มจะเฉาแดดกันบ้างแล้ว ก็เลยเดินเก็บภาพได้แค่บางส่วนเท่านั้น

… ภายในวัดยังมีร้านกาแฟจำหน่าย พร้อมกับวิวทุ่งนาที่อลังการ แต่เสียดายช่วงที่ไปเกี่ยวข้าวไปบางส่วนแล้ว

… นั่งพักหลบแดดกันอยู่นานก็พากันกลับที่พัก ที่พักคืนนี้ของเราหน้าตาแบบนี้ ที่นอนดีมาก นอนแบบไม่อยากตื่น มีทีวี ตู้เย็น ผ้าขนหนู ครีมอาบน้ำ แชมพูอยู่ในห้องน้ำ

… พักผ่อนกันนิดหน่อยก็ออกมาเดินเล่นถ่ายรูปกันแถวๆที่พัก นาข้าวแถวที่พักยังไม่มีแปลงไหนที่เกี่ยวข้าวเลย ผืนนาตรงนี้เลยเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา บางแปลงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบ้างแล้ว ชอบมากๆ

… เลยมาอีกหน่อยก็มีลำธารเล็กๆให้ลงไปย่ำน้ำเล่นถ่ายรูปสวยๆได้

… มื้อเย็นวันนี้เราเลือกทานกันที่รีสอร์ท นั่งคุยกันจนดึกดื่นถึงกลับเข้าห้อง เช้าวันต่อมาก็ไปเดินเล่นถ่ายรูปที่ทุ่งนากันอีกรอบ ตอนเช้าๆจะมีน้ำค้างเกาะตามยอดข้าว ยิ่งเวลาพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงลงมาก็ยิ่งสวย

… เดินเล่นกันอยู่สักพักก็ไปทานอาหารเช้ากัน ที่นี่ให้เป็นข้าวต้มใบเตย แล้วก็มีกับข้าวมาเคียงให้ ซึ่งให้เยอะมากกกกกกก ที่นั่งทานข้าวก็สามารถนั่งชมวิวทุ่งนาได้เหมือนกัน

  

… เนื่องจากเมื่อวานได้แอบคุยกับพี่เจ้าของไว้แล้วว่าจะขอออกช้าหน่อย และโชคดีที่วันนี้ไม่มีลูกค้าพักต่อ พี่เค้าเลยอนุญาตให้ออกกี่โมงก็ได้ เจอคนใจดีอีกแล้ว ^^

… เช้านี้เราเลยออกไปตะลุยกันต่อที่ร้านกาแฟไทลื้อ

… เพิ่งจะบอกว่าจุกข้าวเช้ามาหยกๆ แต่ระหว่างทางแสงแดดได้ละลายอาหารในท้องเราไปหมดแล้ว จัดเครื่องดื่มกับขนมไปเบาๆ

… นั่งเล่นกันอยู่สักพักเราก็มาไหว้พระกันต่อที่วัดภูเก็ต น่าเสียดายอีกเหมือนกันที่แถวนี้เกี่ยวข้าวไปบางส่วนแล้ว จึงได้วิวทุ่งนาที่ไม่เต็มเท่าไหร่

… มาถึงจุดนี้ทางเราเริ่มมีอาการไม่สบายกันคนละเล็กละน้อย อาจจะเพราะขับรถตากลมตากแดดกันเยอะ แล้วช่วงที่มาแดดก็แรงมาก ที่ว่าจะแวะเที่ยวกันหลายจุดเลยไปกันไม่หมด เราจึงตัดสินใจมาแวะกันที่ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำกันเป็นที่สุดท้าย

… มองจากฟาร์มเห็ดลงไปเห็นที่พักที่เราพักได้เลย

… เราแวะถ่ายรูปกันนิดหน่อยก็กลับที่พักมาอาบน้ำกันอีกรอบ ก็ได้เวลาล่ำลากันแล้ว พี่เจ้าของดูแลดีมากจริงๆ ไว้มีโอกาสจะกลับมาพักอีกแน่นอน

… หลังจากนั้นเราก็มาต่อกันที่ร้านโกโก้วัลเลย์ สั่งขนมและเครื่องดื่มมา 3 อย่าง โดยส่วนตัวแล้วเมนูลาวาที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านเรารู้สึกเฉยๆ แต่เราปลื้มตัวโกโก้วัลเลย์คัพที่เป็นโกโก้ร้อนมาก ส่วนพี่ที่ไปด้วยบอกขมไป ส่วนน้ำผึ้งมะนาวก็เปรี้ยวสดชื่นดี เรื่องรสชาติก็นานาจิตตังเนอะ ^^

… เสร็จเรียบร้อยเราก็จัดการคืนรถ เคลียร์ค่าเช่าที่เกินเวลาเรียบร้อย หลังจากนั้นที่ร้านก็จะมีรถพามาส่งที่ท่ารถสองแถว เรานั่งรถสองแถวเข้าตัวเมืองน่าน โดยให้พี่เค้ามาส่งที่หน้าวัดภูมินทร์ เราแวะไหว้พระกันที่เดียว เพราะในตัวเมืองนี้เรากับพี่ต่างคนต่างก็เคยมาแล้ว แถมสภาพแต่ละคนตอนนี้คือเหนื่อยสุดๆ จึงไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนอีก

… เลยเดินมานั่งพักเหนื่อยตรงศูนย์โอทอปแทน ที่ว่าเหนื่อยๆพอมาถึงตรงที่ช้อปปิ้งก็ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงกันมาจากไหน ทำการฝากกระเป๋าไว้กับคุณน้าท่านนึง แล้วก็ต่างพากันเดินช้อปปิ้งปร๋อเลย 555

… หลังจากช้อปปิ้งกันเรียบร้อยเราก็นั่งทานข้าวเย็นกันตรงนั้น ลักษณะแบบขันโตกแต่นั่งเก้าอี้แทน

… กินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็เดินไปขนส่ง ระหว่างทางก็ผ่านวัดมิ่งเมืองเลยแวะเข้าไหว้พระขอพรกันอีกสักหน่อย ไหว้พระกันเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ขนส่ง เดินทางกลับ กทม.

สรุปค่าใช้จ่าย

วันที่ 1

  • ค่ารถทัวร์ สมบัติทัวร์ กรุงเทพ-เชียงคำ 527 บาท 2คน = 1,054 บาท
  • ค่าที่พัก ภูลังการีสอร์ท รวมอาหารเช้า (จองช่วงโปรโมชั่น) = 560 บาท
  • ค่ารถสองแถวไปที่พัก = 600 บาท
  • ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ทำบุญ = 504 บาท

วันที่ 2

  • ค่าที่พัก เผยเสน่ห์ฝายแก้ง รวมอาหารเช้า = 700 บาท
  • ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซด์ = 300 บาท
  • ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ทำบุญ = 540 บาท

วันที่ 3

  • ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซด์เกินเวลา = 60 บาท
  • เติมน้ำมันเต็มถัง = 68 บาท
  • ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ทำบุญ = 636 บาท
  • ค่ารถสองแถวจากปัวเข้าตัวเมืองน่าน 50 บาท 2คน = 100 บาท
  • ค่ารถทัวร์ สมบัติทัวร์ น่าน-กรุงเทพ 466 บาท 2คน = 932 บาท

รวมทั้งหมด 2คน ใช้จ่ายไป = 6,054 บาท

… สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณพี่ร่วมทริปที่คอยดูแลแม้ว่าบางจังหวะเราจะงอแงไปบ้าง บางอย่างอาจผิดหวังจากที่คิดไว้ แต่ระหว่างทางยังมีความสนุก เสียงหัวเราะและเรื่องราวดีๆที่น่าประทับใจเกิดขึ้นมากมาย แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า บ๊ายบายยย ^^

เรียบเรียงโดย : สุภาพสตรีหมายเลขสิบเอ็ด